วิธีลดค่าไฟ สำหรับโรงแรม และรีสอร์ท
ค่าใช้จ่ายที่ใหญ่อันแรกๆ ของธุรกิจประเภทโรงแรมและรีสอร์ท คงหนีไม่พ้นเรื่องค่าไฟ เพราะในห้องพักเกือบทุกห้องจะต้องมีแอร์ ทีวี หรือตู้เย็น ยิ่งหน้าร้อนค่าไฟจะยิ่งสูงมากเป็นพิเศษ เพราะใครๆ ก็ต้องการเปิดแอร์เพื่อลดความร้อน ดังนั้นเจ้าของโรงแรมควรศึกษา วิธีลดค่าไฟ และเตรียมการรับมือเอาไว้ให้ดี ไม่เช่นนั้นค่าไฟอาจจะสูงมากจนทำให้กำไรลดลงก็เป็นได้
เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทมีอัตราการใช้ไฟฟ้าไม่เท่ากัน คุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทกินไฟเท่าไหร่เมื่อเปิด 1 ชั่วโมงเท่าๆ กัน
| เครื่องใช้ไฟฟ้า | กินไฟชั่วโมงละ (บาท) |
| เครื่องทำน้ำอุ่น | 12 – 20 |
| แอร์ | 5 – 13 |
| เครื่องซักผ้า | 12 |
| เตารีด | 3 – 8 |
| เครื่องปั๊มน้ำ | 0.60 – 0.80 |
| ทีวี | 0.32 – 0.72 |
| ตู้เย็น | 0.28 – 0.58 |
| โน้ตบุ๊ค | 0.16 – 0.26 |
| หลอดไฟ LED | 0.64 |
| ชาร์จมือถือ | 0.24 |
| เครื่องฟอกอากาศ | 0.8 – 0.10 |
เราจึงรวบรวมวิธีการลดค่าไฟสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด เพื่อช่วยให้คุณมีค่าใช้จ่ายลดลง และได้กำไรเพิ่มขึ้น
วิธีลดค่าไฟ สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด
วิธีลดค่าไฟ
เลือกแอร์ประหยัดไฟ
เนื่องจากแอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้ามากเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้นการลดค่าไฟที่เกี่ยวกับแอร์จึงเป็นการลดค่าไฟได้ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าคุณจะเลือกแอร์ยี่ห้ออะไร คุณควรเลือกแอร์ที่ประหยัดไฟ วิธีการเลือกแอร์ให้ประหยัดไฟนั้นคุณควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
- เลือกแอร์ให้เหมาะกับขนาดห้อง ห้องแต่ละขนาดนั้นควรใช้แอร์ที่มีขนาด BTU ไม่เท่ากัน เพราะถ้าห้องขนาดใหญ่แต่ถ้าเลือกใช้แอร์ขนาดเล็กเกินไป จะทำให้แอร์ทำงานหนัก อาจจะทำให้ค่าไฟสูงขึ้น และอาจทำให้แอร์เสียเร็วก็ได้
BTU ห้องปกติ ห้องโดนแดด 9,000 9 – 15 8 – 11 12,000 12 – 20 10 – 15 15,000 15 – 25 13 – 19 18,000 18 – 30 15 – 23 - เลือกแอร์ประหยัดไฟ
ไม่ว่าคุณจะเลือกแอร์ยี่ห้ออะไรก็ควรเลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ออกฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบติดดาว โดยดาวจะมี 1-3 ดวง ยิ่งได้ดาวมากจะหมายถึงประหยัดไฟมากนั่นเองและหากคุณเลือกแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ (inverter) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถปรับเพิ่มและลดความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์ โดยปรับตามอุณหภูมิห้องด้วยแล้ว ก็จะยิ่งประหยัดไฟเพิ่มขึ้นอีก บางครั้งการยอมลงทุนสูงในระยะแรก ก็สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้

ล้างแอร์เป็นประจำ
การล้างแอร์เป็นประจำ จะช่วยลดฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกที่เกาะติดกับแอร์ ลดการอุดตันของตัวอุปกรณ์ ทำให้อากาศจากแอร์ออกมาสะอาดสดชื่น ช่วยให้ตัวเครื่องและคอมเพรสเซอร์ทำงานได้ดี ไม่หนักเกินไป และทำให้แอร์ทำความเย็นได้ดี เมื่อแอร์ทำงานได้ดีขึ้น ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์ให้นานยิ่งขึ้นด้วย ลดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุง เมื่อแอร์ทำงานน้อยลงก็จะใช้พลังงานลดลงไปด้วย ดังนั้นการล้างแอร์จึงเป็นการช่วยลดค่าไฟได้ด้วยเช่นกัน การล้างแอร์ควรล้างทุกๆ 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้ง

ตู้เย็น
สำหรับโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีตู้เย็นให้บริการในห้องพัก คุณสามารถทำตามวิธีนี้ได้เพื่อช่วยประหยัดไฟ
- วางในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่โดนแดดหรืออยู่ใกล้แหล่งความร้อน เพื่อให้ตู้เย็นทำงานไม่หนักจนเกินไป
- ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม โดยอุณหภูมิทั่วไปที่ช่องรรมดาของตู้เย็นควรอยู่ที่ 36-38 องศาฟาเรนไฮต์ และอุณหภูมิช่องแช่แข็ง คือ 0-5 องศาฟาเรนไฮต์
- หากเป็นตู้เย็นที่ไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ คุณควรหมั่นกดละลายน้ำแข็งอยู่เสมอ โดยทำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

เครื่องทำน้ำอุ่น
วิธีการดูแลเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อช่วยประหยัดไฟและปลอดภัยทำได้ตามนี้
- ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมไว้ให้ลูกค้า
- หมั่นตรวจเช็คว่ามีรอยรั่วหรือไม่ หากมีต้องรีบแก้ไขทันที
- สำหรับหน้าร้อนให้ปิดสวิชต์หรือปรับอุณหูมิเครื่องทำน้ำอุ่นให้เป็นน้ำปกติ
- ตรวจสอบรูฝักบัวว่ามีอุดตันหรือไม่ หากมีให้ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่หาได้เอาสิ่งอุดตันออก

ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์
ปัจจุบันโซล่าเซลล์เป็นที่สนใจอย่างมาก เนื่องจากช่วยประหยัดพลังงานได้ในระยะยาว วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าจำนวนเยอะๆ ในช่วงกลางวัน และการติดตั้งโซล่าเซลล์นั้นเป็นการติดตั้งใช้งานระยะยาว อาจจะยาวนานถึง 30 ปี ดังนั้นก่อนติดตั้งควรคำนึงถึงสิ่งต่างๆ ตามนี้
- สถานที่ที่ติดตั้ง
การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ จะติดตั้งบริเวณหลังคาบ้าน ดังนั้นหลังคาของคุณจะต้องมีความแข็งแรงมาก หากไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนังของแผง อาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ประเภทของหลังคา
– หลังคาหน้าจั่ว ระบายความร้อนได้ดี หลังคาสูงชัน หลังคาประเภทนี้จะติดแผงโซล่าเซลล์ได้ง่ายที่สุด
– หลังคาปั้นหยา ระบายความร้อนได้ไม่ดีนัก มีความลาดเอียงเล็กน้อย สามารถติดแผงโซล่าเซลล์ได้ทุกทิศของหลังคา
– หลังคาเพิงแหงน มีพื้นที่หลังคาเยอะ สามารถติดแผงโซล่าเซลล์ได้ง่ายเหมือนหน้าจั่ว แต่อาจจะระบายน้ำได้ไม่ดีนักเพราะลาดเอียงน้อยนอกจากนี้ทิศทางการติดตั้งก็มีผลเช่นกัน เช่น
– ทิศเหนือ ได้รับแสงแดดน้อย
– ทิศตะวันออก และตะวันตก ได้รับแดดปานกลาง
– ทิศใต้ ได้รับแสงแดดตลอดวัน ดังนั้นจึงควรติดตั้งที่ทิศนี้
- ประเภทของระบบโซล่าเซลล์
ระบบโซล่าเซลล์มี 3 ระบบ คือ
– ระบบแบบออนกริด (On Grid) คือระบบที่ตอนกลางวันใช้ไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ ตอนกลางคืนใช้ไฟจากการไฟฟ้าตามปกติ
– ระบบแบบออฟกริด (Off Grid) คือระบบที่ใช้ไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยมีแบตเตอรี่เก็บพลังงานไว้
– ระบบแบบ ไฮบริด (Hybrid) คือระบบที่ผสมระหว่างออนกริดและออฟกริด กลางวันใช้พลังงานแสงอาทิตย์ กลางคืนสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ได้
ระบบที่เป็นที่นิยมที่สุดคือแบบออนกริด (On Grid)
- ประเภทของแผงโซล่าเซลล์
แผงโซล่าเซลล์ที่นิยมในไทยมี 3 แบบ คือ- แผงโมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells)
แผงประเภทนี้จะมีสีเข้ม มีมุมสี่เหลี่ยมมุมตัด ทำจากซิลิคอนทรงกระบอกบริสุทธิ์
ข้อดี คุณภาพสูง ผลิตไฟได้ดีถึงจะแสงจะน้อย และอายุการใช้งานนานถึง 25-40 ปี
ข้อเสีย หากมีคราบสกปรกบนแผงนานๆ อาจทำให้ระบบอินเวอร์เตอร์ไหม้ได้ และแผง
ประเภทนี้มีราคาสูงนี้มีราคาสูง– แผงโพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells)
แผงประเภทนี้จะมีรูปทรงของเซลล์เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ไม่มีการตัดมุม สีแผงเข้มออกไปทางสีน้ำเงิน ทำมาจากผลึกซิลิคอน
ข้อดี ราคาไม่แพงเท่าแบบแรก และสามารถใช้งานในที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าแผงคริสตัลไลน์เล็กน้อย
ข้อเสีย ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 13-16% และมีอายุการใช้งานเพียง 20-25 ปี– แผงโซล่าเซลล์ชนิด ฟิล์มบาง (Thin Film Solar Cells)
วิธีการสังเกตุแผงโซล่าเซลล์ประเภทนี้ สีแผงจะเข้ม มีสีดำ ฟิล์มจะมีลักษณะบางกว่าชนิดอื่นข้อดี ราคาถูก น้ำหนักเบา สามารถโค้งงอได้ดี ทนต่ออากาศร้อนได้ดี
ข้อเสีย ผลิตไฟฟ้าได้น้อยที่สุด อายุการใช้งานสั้น และไม่เหมาะนำมาติดตั้งในภาคอุสาหกรรมและบ้านเรือน
- ทำเรื่องขอติดตั้งแผงโซล่าเซลล์
ผู้ที่ติดตั้งต้องทำเรื่องขอไปยัง การไฟฟ้านครหลวง หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยต้องมีหลักฐานต่างๆ โดยปกติผู้รับติดตั้งจะมีบริการจัดการเรื่องเอกสารให้พร้อมเสร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ดังนั้นหากจะตัดสินใจติดตั้ง ให้สอบถามรายละเอียดกับผู้รับเหมาติดตั้งให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ
- การดูแลรักษา
การที่อายุการใช้งานจะยาวนานเพียงใดนั้น ก็ขึ้นกับการดูแลรักษาด้วยเช่นกัน
– คอยตรวจสอบ แผงโซล่าเซลล์ว่ามีรอยร้าว หรือ แตก หรือ สีของแผงเปลี่ยนไปไหม
– หมั่นทำความสะอาด กำจัดคราบฝุ่นที่ติดกับตัวแผง ระวังอย่าให้เกิดรอยขีดข่วน ทำความสะอาดประมาณปีละ 4-5 ครั้ง
– คอยตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมกับแผงโซล่าเซลล์ เช่น แบตเตอรี่ สายไฟ อุปกรณ์ต่างๆ
การติดตั้งโซล่าเซลล์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นวิธีที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนสูง ดังนั้นหากคุณคิดจะติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ คุณควรคำนวณจุดคุ้มทุนและความคุ้มค่า ก่อนตัดสินใจลงทุนติดตั้ง

วิธีลดค่าไฟ ด้วย ระบบโรงแรม
ติดตั้งระบบควบคุมและมอนิเตอร์การใช้ไฟฟ้า
การดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แต่ถ้าหากแขกเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้โดยที่เจ้าตัวไม่อยู่ห้อง ก็ทำให้คุณต้องเสียค่าไฟโดยไม่จำเป็นเช่นกัน ดังนั้นการติดตั้งระบบคีย์การ์ดควบคุมไฟภายในห้องพักนั้นจะสามารถช่วยให้คุณประหยัดไฟได้ เมื่อแขกไม่อยู่ห้องพัก ไฟฟ้าก็จะตัดไปอัตโนมัติ
และการติดตั้งอุปกรณ์มอนิเตอร์การใช้ไฟฟ้า ระบบโรงแรม เช่น H-Box ก็จะช่วยให้คุณรู้ทันทีเมื่อมีแขกเข้าพัก H-Box ช่วยป้องกันการทุจริตจากการที่พนักงานแอบเปิดห้องให้แขก โดยไม่บันทึกข้อมูลเช็คอินให้เจ้าของโรงแรมทราบ ทำให้รายได้คุณไม่รั่วไหล ลดค่าไฟที่ไม่พึงประสงค์ได้ด้วย
