GPON (Gigabit Passive Optical Network) เปรียบเสมือน "ระบบประปาอัจฉริยะ"
ที่ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตแทนน้ำครับ โดยสรุปแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลักดังนี้:
1. ต้นทาง: ผู้ควบคุม (OLT - The Hub)
เปรียบเหมือน "สถานีแม่ข่าย" (ตั้งอยู่ที่ศูนย์ข้อมูล) ทำหน้าที่รับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมา แล้วแปลงเป็นสัญญาณแสงเพื่อส่งออกไปตามสายไฟเบอร์ออปติกเพียงเส้นเดียว แต่สามารถรองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมาก
2. ระหว่างทาง: ตัวแยกสัญญาณแบบพาสซีฟ (Splitter - The Divider)
นี่คือหัวใจของความประหยัด!
สัญญาณแสงจะเดินทางมาถึง Optical Splitter ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "หัวพ่วง" ที่แยกน้ำออกเป็นหลายท่อ
จุดเด่น: ตัวแยกนี้ ไม่ใช้ไฟฟ้าเลย (Passive) ทำให้ไม่มีความร้อน ไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย และตั้งไว้ตรงไหนก็ได้ตามเสาไฟหรือในท่อ
สามารถแยกสัญญาณออกไปให้บ้านเรือนหรือออฟฟิศได้สูงสุดถึง 128 จุด จากสายหลักเพียงเส้นเดียว
3. ปลายทาง: ผู้รับ (ONU/ONT - The Receiver)
เปรียบเหมือน "ก๊อกน้ำในบ้าน"
ขาลง (Downstream): สัญญาณจะถูกส่งแบบกระจาย (Broadcast) ไปทุกบ้าน แต่ละบ้านจะมี "กุญแจ" (การเข้ารหัส AES-128) เพื่อเปิดดูเฉพาะข้อมูลที่เป็นของตัวเองเท่านั้น บ้านอื่นจะมาแอบดูข้อมูลเราไม่ได้
ขาขึ้น (Upstream): เมื่อเราส่งข้อมูลออกไป ระบบจะใช้เทคนิค TDMA คือการแบ่ง "คิว" หรือช่วงเวลาสั้นๆ ให้แต่ละบ้านส่งข้อมูลสลับกันอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้สัญญาณชนกันในสายหลัก
สรุปจุดเด่นที่ทำให้มัน "เจ๋ง"
สายเส้นเดียวจบ: ไม่ต้องลากสายพะรุงพะรังจากศูนย์กระจายสัญญาณ
ไกลและแรง: ส่งสัญญาณได้ไกลถึง 20 กม. โดยที่ความเร็วไม่ตกเหมือนสายทองแดง
ประหยัดไฟ: เพราะอุปกรณ์ระหว่างทางไม่ต้องเสียบปลั๊กเลย
เสถียร: สัญญาณแสงไม่ถูกรบกวนโดยฝนตก ฟ้าผ่า หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
พูดง่ายๆ คือ: "รับจากที่เดียว แยกออกเป็นหลายทางโดยไม่ใช้ไฟ และส่งข้อมูลถึงมือผู้รับอย่างรวดเร็วและปลอดภัย" นั่นเองครับ
1. ต้นทาง: ผู้ควบคุม (OLT - The Hub)
เปรียบเหมือน "สถานีแม่ข่าย" (ตั้งอยู่ที่ศูนย์ข้อมูล) ทำหน้าที่รับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมา แล้วแปลงเป็นสัญญาณแสงเพื่อส่งออกไปตามสายไฟเบอร์ออปติกเพียงเส้นเดียว แต่สามารถรองรับผู้ใช้งานได้จำนวนมาก
2. ระหว่างทาง: ตัวแยกสัญญาณแบบพาสซีฟ (Splitter - The Divider)
นี่คือหัวใจของความประหยัด!
สัญญาณแสงจะเดินทางมาถึง Optical Splitter ซึ่งทำหน้าที่เหมือน "หัวพ่วง" ที่แยกน้ำออกเป็นหลายท่อ
จุดเด่น: ตัวแยกนี้ ไม่ใช้ไฟฟ้าเลย (Passive) ทำให้ไม่มีความร้อน ไม่ต้องบำรุงรักษาบ่อย และตั้งไว้ตรงไหนก็ได้ตามเสาไฟหรือในท่อ
สามารถแยกสัญญาณออกไปให้บ้านเรือนหรือออฟฟิศได้สูงสุดถึง 128 จุด จากสายหลักเพียงเส้นเดียว
3. ปลายทาง: ผู้รับ (ONU/ONT - The Receiver)
เปรียบเหมือน "ก๊อกน้ำในบ้าน"
ขาลง (Downstream): สัญญาณจะถูกส่งแบบกระจาย (Broadcast) ไปทุกบ้าน แต่ละบ้านจะมี "กุญแจ" (การเข้ารหัส AES-128) เพื่อเปิดดูเฉพาะข้อมูลที่เป็นของตัวเองเท่านั้น บ้านอื่นจะมาแอบดูข้อมูลเราไม่ได้
ขาขึ้น (Upstream): เมื่อเราส่งข้อมูลออกไป ระบบจะใช้เทคนิค TDMA คือการแบ่ง "คิว" หรือช่วงเวลาสั้นๆ ให้แต่ละบ้านส่งข้อมูลสลับกันอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้สัญญาณชนกันในสายหลัก
สายเส้นเดียวจบ: ไม่ต้องลากสายพะรุงพะรังจากศูนย์กระจายสัญญาณ
ไกลและแรง: ส่งสัญญาณได้ไกลถึง 20 กม. โดยที่ความเร็วไม่ตกเหมือนสายทองแดง
ประหยัดไฟ: เพราะอุปกรณ์ระหว่างทางไม่ต้องเสียบปลั๊กเลย
เสถียร: สัญญาณแสงไม่ถูกรบกวนโดยฝนตก ฟ้าผ่า หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
พูดง่ายๆ คือ: "รับจากที่เดียว แยกออกเป็นหลายทางโดยไม่ใช้ไฟ และส่งข้อมูลถึงมือผู้รับอย่างรวดเร็วและปลอดภัย" นั่นเองครับ