โทรหาเรา 081-748-8479
การออกแบบระบบ FTTx (Fiber to the x) คือการวางโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ PON (Passive Optical Network)
หน้าหลัก ข่าวสาร/บทความ การออกแบบระบบ FTTx (Fiber to the x) คือก...

การออกแบบระบบ FTTx (Fiber to the x) คือการวางโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ PON (Passive Optical Network)

17 views
การออกแบบระบบ FTTx (Fiber to the x) คือการวางโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ PON (Passive Optical Network)

การออกแบบระบบ FTTx (Fiber to the x) คือการวางโครงข่ายสายใยแก้วนำแสง โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ PON (Passive Optical Network) เพื่อส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จากต้นทางไปยังปลายทาง หัวใจสำคัญคือการคำนวณอัตราส่วนการแบ่งแสง (Splitting Ratio) และการเลือกใช้สายให้เหมาะสมกับพื้นที่2]

ขั้นตอนและหลักการออกแบบที่สำคัญ มีดังนี้ครับ:

1. กำหนดจุดเชื่อมต่อและจำนวนผู้ใช้งาน
  • ประเมินความต้องการ: คำนวณจำนวนผู้ใช้งานสูงสุดในพื้นที่ (เช่น จำนวนบ้าน, อาคาร, หรือห้องพัก) เพื่อประเมินปริมาณช่องสัญญาณที่ต้องใช้ 
  • รูปแบบ FTTx: เลือกว่าจะลากสายไปสุดที่ไหน เช่น
    • FTTH (Fiber to the Home): ลากสายเข้าบ้านแต่ละหลังโดยตรง
    • FTTB (Fiber to the Building): ลากสายเข้าอาคาร แล้วกระจายต่อด้วยสายแลน 
2. เลือกอุปกรณ์และเทคโนโลยี
  • เทคโนโลยีหลัก: นิยมใช้มาตรฐาน GPON (Gigabit PON) เนื่องจากรองรับแบนด์วิดท์ได้สูง
  • อุปกรณ์ OLT (Optical Line Terminal): อุปกรณ์ฝั่งต้นทาง (ศูนย์กระจายสัญญาณ) ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสง
  • อุปกรณ์ ONU/ONT (Optical Network Unit): อุปกรณ์ฝั่งปลายทาง (บ้านหรือสำนักงานผู้ใช้งาน) ที่แปลงสัญญาณแสงกลับเป็นข้อมูล
  • สายไฟเบอร์ออฟติก: ใช้สายชนิด Single-Mode สำหรับการเดินสายนอกอาคารเพื่อระยะทางที่ไกลขึ้น และ Multi-Mode สำหรับระยะสั้นภายในอาคาร]
3. การวางตำแหน่ง Splitter (ตัวแยกแสง)
  • การแบ่งสัญญาณ: Splitter ทำหน้าที่แบ่งแสงจากต้นทางออกเป็นหลายเส้นทาง ไม่ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟ [ 2]
  • อัตราส่วน (Splitting Ratio): เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น 1:4, 1:8, 1:16 หรือ 1:32 (ยิ่งแยกมาก สัญญาณยิ่งเบาลง) [ 2]
  • รูปแบบการแบ่งแสง (Topology):
    • แบบจุดเดียว (Centralized Splitting): แยกแสงที่จุดเดียว เหมาะกับพื้นที่ที่ผู้ใช้อยู่หนาแน่น
    • แบบกระจาย (Distributed Splitting): แยกแสงเป็นทอดๆ เหมาะกับการกระจายสายไปตามพื้นที่กว้างๆ หรืออาคารสูง
4. การคำนวณงบประมาณกำลังแสง (Optical Power Budget)
ต้องคำนวณค่าลดทอน (Link Loss) เพื่อให้แน่ใจว่าสัญญาณแสงปลายทางมีความแรงอยู่ในระดับที่อุปกรณ์ ONU ทำงานได้ โดยมีสูตรคำนวณคร่าวๆ ดังนี้:
\(P_{RX} = P_{TX} - Loss_{Total}\)
  • \(P_{RX}\): กำลังแสงขาเข้าฝั่งรับ (Receiver Power)
  • \(P_{TX}\): กำลังแสงขาออกจากฝั่งส่ง (Transmitter Power)
  • \(Loss_{Total}\): การสูญเสียรวมทั้งหมด ซึ่งมาจากการลดทอนของสาย (ตามระยะทาง), หัวต่อ (Connector), รอยเชื่อม (Splice), และตัวแยกแสง (Splitter)
อ่านคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ Digital TV System   2
หากคุณต้องการออกแบบระบบสำหรับพื้นที่หรืออาคารเฉพาะเจาะจง สามารถบอกรายละเอียดเพิ่มเติมได้ดังนี้ครับ
  1. สถานที่ติดตั้ง (เป็นหมู่บ้าน, คอนโด, หรือสำนักงาน)
  2. ระยะทาง หรือ พื้นที่ครอบคลุม โดยประมาณ
  3. จำนวนผู้ใช้งาน สูงสุดที่ต้องการรองรับ
บทความก่อนหน้า
วิธีควบคุมซัมซุงทีวีจากแอปมือถือ SmartThings
บทความถัดไป
วิธีเปิดใช้งานหรือปิดใช้งาน Samsung Smart Hub

มีคำถามเพิ่มเติม?

ทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาคุณตลอดเวลา

ติดต่อเราเลย